top of page

"ประกันรถมอเตอร์ไซค์" เลือกอย่างไรให้คุ้มค่าและตอบโจทย์

     ในยุคที่การจราจรติดขัด "รถมอเตอร์ไซค์" กลายเป็นพาหนะคู่ใจของใครหลายคน เพราะทั้งสะดวกรวดเร็วและประหยัดน้ำมัน แต่ในขณะเดียวกัน ความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุก็มีสูงกว่ารถยนต์เช่นกัน การทำ ประกันรถมอเตอร์ไซค์ จึงเป็นเหมือนเบาะรองรับความเสี่ยงที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายก้อนโตเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน

     เพื่อให้คุณเข้าใจเรื่องประกันมอเตอร์ไซค์อย่างทะลุปรุโปร่ง เรามาทำความรู้จักประกันแต่ละประเภทและวิธีเลือกให้เหมาะสมกันครับ

ประกันภัยรถจักรยานยนต์ภาคสมัครใจ คืออะไร?ทำไมมี พ.ร.บ.  แล้วยังต้องทำเพิ่ม!

           ผู้ใช้รถมอเตอร์ไซค์หลายคนอาจมีความเข้าใจผิดว่า "ทำ พ.ร.บ. แล้ว ก็พอแล้ว" แต่ในความเป็นจริง พ.ร.บ. นั้นคุ้มครองแค่ "คน" (ค่ารักษาพยาบาล/เสียชีวิต) แต่ไม่ได้คุ้มครอง "รถ" เลยแม้แต่บาทเดียว!

นี่จึงเป็นเหตุผลที่ "ประกันภัยรถจักรยานยนต์ภาคสมัครใจ" เข้ามามีบทบาทสำคัญ บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักว่าประกันภาคสมัครใจคืออะไร และทำไมการยอมจ่ายเงินซื้อประกันเพิ่มถึงเป็นการตัดสินใจที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับคนรักรถครับ

ประกันภัยรถจักรยานยนต์ภาคสมัครใจ คืออะไร?

          ประกันภัยรถจักรยานยนต์ภาคสมัครใจ คือ ประกันภัยที่กฎหมาย "ไม่ได้บังคับ" ให้ต้องทำ ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของเจ้าของรถล้วนๆ ว่าต้องการซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติมหรือไม่

จุดประสงค์หลักของประกันประเภทนี้คือ การเข้ามาอุดรอยรั่วของ พ.ร.บ. โดยจะเน้นให้ความคุ้มครองในส่วนของ "ตัวรถ ทรัพย์สิน และความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอก" เพื่อให้คุณไม่ต้องแบกรับภาระค่าซ่อมรถ (ทั้งรถตัวเองและรถคู่กรณี) รวมถึงกรณีรถหายหรือไฟไหม้ ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่คนขี่มอเตอร์ไซค์ทุกคนมีโอกาสเจอ

ประกันภาคสมัครใจมีกี่ชั้น? เลือกแบบไหนดี?

บริษัทประกันภัยจะแบ่งระดับความคุ้มครองออกเป็น "ชั้น" เพื่อให้เจ้าของรถเลือกได้ตามงบประมาณและลักษณะการใช้งาน 

  • ประกันชั้น 1 (คุ้มครองสูงสุดระดับพรีเมียม): คุ้มครองครบจบทุกอย่าง ซ่อมรถเขา ซ่อมรถเรา (แม้จะล้มเอง ลื่นไถล ชนเสาไฟฟ้า ไม่มีคู่กรณี) และคุ้มครองกรณีรถหาย ไฟไหม้ เหมาะสำหรับรถป้ายแดง หรือรถ Big Bike ราคาแพง

  • ประกันชั้น 2+ (ตัวตึงยอดฮิต คุ้มค่าที่สุด): คุ้มครองค่าซ่อมทั้งรถเราและรถคู่กรณี (แต่มีเงื่อนไขว่าต้องเป็นกรณี "รถชนรถ" เท่านั้น) และที่สำคัญคือ "คุ้มครองรถหายและไฟไหม้" เหมาะกับมอเตอร์ไซค์ใช้งานทั่วไปที่ต้องจอดในที่สาธารณะ

  • ประกันชั้น 3+ (สายประหยัด เซฟงบ): คุ้มครองซ่อมรถเราและรถคู่กรณี (กรณีรถชนรถเท่านั้น) แต่ ไม่คุ้มครอง รถหายและไฟไหม้ เหมาะสำหรับรถเก่าที่จอดในที่ปลอดภัยเป็นประจำ

  • ประกันชั้น 2 และ 3 (เน้นซ่อมคู่กรณี): เบี้ยถูกที่สุด เน้นรับผิดชอบซ่อมรถให้คนอื่นเมื่อเราเป็นฝ่ายผิด (โดยชั้น 2 จะพ่วงคุ้มครองรถเราหาย/ไฟไหม้มาให้ด้วย) แต่จะไม่ซ่อมรถให้เราเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

ทำไมประกันภาคสมัครใจ ถึงสำคัญมากเวลาขอสินเชื่อ/ไฟแนนซ์?

          สำหรับใครที่กำลังผ่อนรถ หรือนำรถไป ขอสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ (รถแลกเงิน) ประกันภาคสมัครใจ (โดยเฉพาะชั้น 1 หรือ 2+) ถือเป็น "ยันต์กันผี" ชั้นดีทางการเงินเลยครับ!

          ลองจินตนาการดูว่า หากคุณเพิ่งออกรถหรือเพิ่งนำทะเบียนไปจำนำ แล้วเกิดเหตุไม่คาดฝัน "รถหาย" หรือ "ชนหนักจนซ่อมไม่ได้" หากไม่มีประกันภาคสมัครใจ คุณจะต้องตกอยู่ในสภาวะ "ผ่อนกุญแจเปล่า" (ไม่มีรถขับ แต่ยังต้องหาเงินมาผ่อนค่างวดให้สถาบันการเงินทุกเดือน)

แต่ถ้าคุณมีประกันภาคสมัครใจที่คุ้มครองรถหาย/ไฟไหม้ บริษัทประกันจะเป็นผู้จ่ายเงินชดเชย (ตามทุนประกัน) เพื่อนำไปปิดยอดหนี้กับไฟแนนซ์แทนคุณ ทำให้คุณหลุดพ้นจากภาระหนี้ก้อนนั้นได้ทันทีครับ

พ.ร.บ. คืออะไร? ทำไมกฎหมายถึงบังคับให้ทำ?

         พ.ร.บ. (พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ) คือ ประกันภัยภาคบังคับที่กฎหมายกำหนดให้ยานพาหนะทางบกทุกประเภทต้องทำไว้ เพื่อเป็น "สวัสดิการขั้นพื้นฐาน" ให้กับผู้ใช้ถนนทุกคน

         หลักการสำคัญของ พ.ร.บ. คือ "คุ้มครองคน ไม่คุ้มครองรถ" หมายความว่า หากเกิดอุบัติเหตุ พ.ร.บ. จะเป็นตัวช่วยจ่ายค่ารักษาพยาบาล หรือเงินชดเชยกรณีสูญเสียอวัยวะและเสียชีวิต ให้กับผู้บาดเจ็บทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร หรือแม้แต่คนเดินเท้า โดยไม่สนใจว่าใครถูกหรือผิดในเบื้องต้น

พ.ร.บ. คุ้มครองใครบ้าง?

พ.ร.บ. ให้ความคุ้มครอง "ทุกคน" ที่ประสบอุบัติเหตุจากรถคันนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็น

  • ผู้ขับขี่

  • ผู้โดยสาร

  • บุคคลภายนอก (คนเดินถนน, คนที่ยืนอยู่ริมฟุตบาท ฯลฯ)

รายละเอียดความคุ้มครอง

          ความคุ้มครองของ พ.ร.บ. จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ คือ "ค่าเสียหายเบื้องต้น" (ไม่ต้องรอพิสูจน์ถูกผิด) และ "ค่าสินไหมทดแทนส่วนเกิน" (เมื่อพิสูจน์แล้วว่าเราเป็นฝ่ายถูก)

ค่าเสียหายเบื้องต้น (จ่ายทันที ไม่ต้องรอพิสูจน์ถูกผิด)

          เมื่อเกิดอุบัติเหตุ พ.ร.บ. จะเบิกจ่ายให้ทันทีภายใน 7 วัน โดยไม่ต้องสนว่าใครถูกหรือผิด เพื่อให้ผู้บาดเจ็บได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

  • ค่ารักษาพยาบาล (ตามจริง): สูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท/คน

  • กรณีเสียชีวิต / ทุพพลภาพถาวร / สูญเสียอวัยวะ: รับเงินชดเชย 35,000 บาท/คน

  • (หากบาดเจ็บแล้วต่อมาเสียชีวิต จะได้รับรวมกันสูงสุดไม่เกิน 65,000 บาท)

ค่าสินไหมทดแทนสูงสุด (เฉพาะ "ฝ่ายถูก" และ "ผู้โดยสาร")

         เมื่อตำรวจสรุปสำนวนหรือพิสูจน์ได้แล้วว่า "คุณไม่ใช่ฝ่ายผิด" (เป็นฝ่ายถูก หรือเป็นผู้โดยสาร) ความคุ้มครองจะขยับเพิ่มขึ้นเป็นระดับสูงสุด ดังนี้

  • ค่ารักษาพยาบาล (ตามจริง): สูงสุดไม่เกิน 80,000 บาท/คน

  • กรณีเสียชีวิต หรือ ทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง: รับเงินชดเชย 500,000 บาท/คน

  • กรณีสูญเสียอวัยวะ: รับเงินชดเชย 200,000 - 500,000 บาท/คน (ขึ้นอยู่กับส่วนที่สูญเสีย เช่น นิ้ว, แขน, ขา, สายตา)

  • เงินชดเชยรายวัน (กรณีต้องนอนโรงพยาบาล): วันละ 200 บาท (สูงสุดไม่เกิน 20 วัน)

ข้อควรระวังที่หลายคนเข้าใจผิด: > หากพิสูจน์แล้วว่า "คุณเป็นผู้ขับขี่ที่เป็นฝ่ายผิด" (หรือล้มเอง ไม่มีคู่กรณี) คุณจะได้รับความคุ้มครองเฉพาะ "ค่าเสียหายเบื้องต้น" เท่านั้น (รักษาพยาบาลไม่เกิน 30,000 บาท / เสียชีวิต 35,000 บาท) จะไม่ได้รับในส่วนของค่าสินไหมทดแทนสูงสุดครับ

สิ่งที่ พ.ร.บ. "ไม่คุ้มครอง" เด็ดขาด

  • ไม่ซ่อมรถ: ไม่จ่ายค่าซ่อมรถของคุณ รถของคู่กรณี หรือทรัพย์สินใดๆ ที่เสียหาย (ชนเสาไฟฟ้า ชนรั้วบ้าน พ.ร.บ. ไม่จ่าย ต้องใช้ประกันภาคสมัครใจ)

  • ไม่มีรถเกี่ยวข้อง: หากบาดเจ็บโดยที่ไม่ได้มีสาเหตุมาจากรถที่กำลังใช้งาน (เช่น โดนท่อไอเสียลวกขณะจอดรถดับเครื่องยนต์ทิ้งไว้)

โทษของการไม่ทำ พ.ร.บ.

กฎหมายบังคับให้รถทุกชนิดต้องมี พ.ร.บ. หากฝ่าฝืนจะมีผลตามมาดังนี้

  • โดนปรับ: มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท

  • ต่อภาษี (ป้ายวงกลม) ไม่ได้: กรมการขนส่งทางบกจะไม่อนุญาตให้ต่อภาษีประจำปี ซึ่งหากปล่อยให้ภาษีขาดก็จะโดนค่าปรับจราจรและอาจถูกระงับทะเบียนรถได้

  • จ่ายค่าเสียหายเอง: หากเกิดอุบัติเหตุ เจ้าของรถต้องรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลของผู้บาดเจ็บทั้งหมดด้วยเงินตัวเอง

เอกสารเบื้องต้นที่ต้องใช้เวลาเบิก พ.ร.บ.

หากเกิดอุบัติเหตุ สิ่งที่ต้องเตรียมเพื่อเบิก พ.ร.บ. (หรือติดต่อ บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด) มีดังนี้

  • สำเนาบัตรประชาชนของผู้บาดเจ็บ

  • ใบเสร็จรับเงินค่ารักษาพยาบาลตัวจริง

  • ใบรับรองแพทย์

  • สำเนาบันทึกประจำวันของตำรวจ (ใบแจ้งความ)

logo-ลิสซิ่ง

ติดต่อเรา

         บริษัท อึ้งกุ่ยเฮง ลีสซิ่ง จำกัด ประกอบธุรกิจประเภท กิจกรรมทางการเงินและการประกันภัย โดยให้บริการด้าน สัญญาเช่าทางการเงินสำหรับยานยนต์

ที่อยู่ : 1575/22 ถนนสุขเกษม ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมืองสกลนคร จ.สกลนคร 47000

 092-4946692

© สงวนลิขสิทธิ์ 2026 UNGKUIHENG LEASING CO., LTD.  V.1.0

bottom of page